อัพเดททุกความเคลื่อนไหว Work and Holiday Visa

เเชร์ประสบการณ์ WAH

วันนี้ขอแชร์ประสบการณ์ การใช้ชีวิตที่ออสเตรเลีย ตลอดระยะเวลา 333 วัน ด้วย Work and Holiday Visa   ก่อนอื่นคงต้องย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี 2549 ที่เริ่มรู้จัก Work and Holiday Visa  ในช่วงเดือนกันยายน 2549 ครับ ก็ไม่มีไรมากคือวันนั้นออกไปกินข้าวแถวบ้าน ก็เดินผ่านแผงหนังสือพิมพ์  แล้วเห็นหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับรับสมัครงานฉบับหนึ่ง พาดข่าวหน้าหนึ่งว่า “ออสเตรเลียคัด ป.ตรี 100 คน ทำงานและท่องเที่ยว 12 เดือน ”  ก็เลยสะดุดใจ ทำให้ต้องซื้อหนังสือพิมพ์ฉบับบนั้น  มาอ่านต่อที่บ้าน แต่รายละเอียดจากหนังสือพิมพ์ก็มีไม่มากนัก

แล้วบังเอิญเย็นวันนั้นมีนัดกินข้าวกับพี่คนไทยที่มีร้านอาหารไทยที่ซิดนีย์   เป็นออสเตรเลียซิติเซ่น  พี่เค้าก็บอกรู้จักวีซ่าตัวนี้เพราะที่ออสเตรเลียมีชาวเกาหลี ญี่ปุ่น หรือ อังกฤษ  ที่ถือวีซ่าชนิดนี้อยู่   เค้าเลยแนะนำว่าถ้าสนใจก็ลองหาข้อมูลและสมัครดู

หลังจากนั้นผมกับอากู๋  (Google) ก็สนิทกันมากขึ้น  คือ จะใช้เวลานานมากๆ ในแต่ละวัน   ในการเล่นอินเตอร์เนตและหาข้อมูลเรื่อง Work and Holiday Visa  ครับ  จนได้ลิงค์และเข้ามาอ่านข้อมูล   ที่เวบชื่อดัง นั่นก็คือ pantip.com นั่นเองครับ ซึ่งต้องขอขอบคุณข้อมูลดีๆ มากมายของเพื่อนๆ  รุ่นที่หนึ่งที่ได้วีซ่าเป็นปีแรก คือปี 2548 ครับ

คือในเวบพันทิป   ห้อง ไกลบ้าน นี้ถือว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่มีประโยชน์มาก ๆ คือบอกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนกระทั่งได้รับวีซ่า   ว่าต้องไปติดต่อต่อใครที่ไหน อย่างไร ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่   ใช้เวลานานเท่าไหร่   คือเป็นการบอกขั้นตอน ของเพื่อนๆที่เคยขอวีซ่าชนิดนี้มาก่อนนะครับ และเนื่องจากวีซ่า  Work and Holiday Visa   รับจำกัดในปี 2549 แค่ปีละ 100 คนเท่านั้น และไม่สามารถให้เอเจ้นท์ จัดการทำให้ได้ครับ งานนี่เลยเป็นการทดสอบความสามารถตัวเองในการจัดการเรื่องเอกสารต่างๆ เองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการไปตรวจประวัติอาชญากรรมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ   การไปขอหนังสือรับรองจากทางรัฐบาล (สท)    การไปตรวจสุขภาพ    การแปลเอกสารต่างๆ   การกรอกข้อมูลใบสมัควีซ่าเกือบ สี่สิบหน้า ทั้งหมดนี่ต้องทำด้วยตัวเองครับ ซึ่งตรงนี้ได้รับคำแนะนำดีๆจากเพื่อนในเวบบอร์ดนั่นเอง ครับ

ผมใช้เวลาดำเนินการเตรียมเอกสารเองทั้งหมดตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2549 และส่งเอกสารไปที่ออสเตรเลีย  เดือน พฤศจิกายน 2549 จนกระทั่งวีซ่าอนุมัติตอนเดือน ธันวาคม 2549 พอดี  เมื่อได้วีซ่าแล้วก็จัดการลาออกจากที่ทำงานเดิม   จนกระทั่งออกเดินทางไปออสเตรเลียเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 50  ครับ โดยเลือกเดินทางไปตั้งหลักที่ Adelaide เมืองหลวงของ South Australia ครับ เนื่องจากมีเพื่อนเจ้านายที่เมืองไทยอยู่ที่นั่น ไปถึงที่นั่นวันอาทิตย์ วันจันทร์ก็ฟิตจัด           ปั่นจักรยานไปหางานในตัวเมืองทันทีครับ ก็บังเอิญปั่น ไปผ่านร้านไทย มีพี่ผู้หญิงคนไทยนั่งรอเข้าร้านอยู่เลยไปแนะนำตัวเอง ว่าเพิ่งมาอยากได้งานอะไรก็ได้ พี่คนนั้นที่เป็นแม่ครัวเลยบอกว่าลองรอคุยกับเจ้าของร้านดูเผื่อเค้าจะรับคนเพิ่ม ก็รอจนได้คุยกับเจ้าของร้านเค้าเลยบอกว่าเราไม่มีประสบการณ์ร้านอาหารมาก่อน แต่จะให้ลองเทรนงาน ทำ   Kitchen Hand  ก็เป็นอันว่าได้ทดลองงานในวันรุ่งขึ้น ก็ไปถึงร้านตั้งแต่ 10 โมงเช้า ช่วยเค้าเปิดร้าน ยกโต๊ะยกเก้าอี้ ออกมา ล้างจาน หั่นผัก หั่นเนื้อ สรุปวันนั้นทำ สองกะคือ 10.00 – 14.00 และ 16.30 – 22.30  คือเราก็พยายามที่จะเข้าใจน่ะว่าเราไม่มีประสบการณ์ด้านร้านอาหารมาเลย แต่ค่าแรงที่ได้คือ 50 เหรียญ สำหรับสองกะ  ทำงาน  12 ชั่วโมงเนี่ยก็ไม่ไหว

ซึ่งเรามานั่งคำนวณ แล้วน่าจะไม่พอกับรายจ่าย แล้วเรื่องการเดินทางที่ไม่มีรถปะจำทางกลับ ต้องปั่นจักรยานอย่างเดียวเลย แล้วกว่าจะถึงบ้านเพื่อนเจ้านายก็ดึกมาก เกรงใจเค้า เลยตัดสินใจที่จะไม่ทำต่อ พอดีมีเพื่อนจากโครงการเดียวกันที่รู้จักในพันทิป ห้องไกลบ้าน จะบินมาถึงซิดนีย์ วันที่ 17 มีนาคม  ก็เลยชวนมาซิดนีย์ แทนเลยตัดสินใจที่ไปซิดนีย์หลังจากที่อยู่ Adelaide มาสองอาทิตย์   

วันแรกที่มาถึงซิดนีย์ เพื่อนหาที่พักที่พักในเมืองให้ได้อยู่เป็นบ้านเกาหลี   เกาหลี 6 คน คนไทย 3 อินเดีย 1 คน มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมาก  แต่ก็อยู่ได้เกือบเดือนเหมือนกัน  ระหว่างนั้นก็ได้ทำตำแหน่งงานเสริฟที่ร้านอาหารไทยย่าน Randwick ได้ทำงานอยู่สามอาทิตย์ แทนคนไทยที่กลับบ้านช่วงสงกรานต์ ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี ทำจนครบ สามอาทิตย์ได้ค่าแรงเหมาจ่าย  50 AUD ต่อวัน    คือทำตั้งแต่  16.30 – 22.30   มีค่าทิปด้วยต่างหาก

ระหว่างนั้นอ่านหนังสือพิมพ์ไทยในซิดนีย์ชื่อ Thai Press  เห็นรับสมัครอาสาสมัครงาน Thailand Grand Festival   ก็มีโอกาสได้ไปช่วยทำงาน Thailand Grand Festival ในตำแหน่งช่างภาพ แล้วได้รู้จักเพื่อนคนไทยคนหนึ่ง   ซึ่งวันนั้นไปกินข้าวด้วยกัน แล้วมีเพื่อนเค้ามาทักเค้าว่าได้งานทำหรือยังเค้ามีงานที่โรงงานเบเกอรี่  เป็นโรงงานเบเกอรี่ของฝรั่งชาวนิวซีแลนด์   จ่ายค่าแรงดี เป็นชั่วโมง แต่เพื่อนบอกว่ามีงานทำแล้ว   ผมได้ยินก็เลยบอกเพื่อนคนนั้นไปว่า เรากำลังหางานทำอยู่ เพิ่งมาได้ เดือนหนึ่ง เพื่อนคนนั้นเลยให้เบอร์โทรที่โรงงานเบเกอรี่มา ก็เลยได้โทรไปหาเจ้าของโรงงาน บอกว่ากำลังหางาน     ภรรยาเจ้าของโรงงานซึ่งเป็นคนอังกฤษ ก็เลยอกว่าให้ไปทดลองงานก่อน ก็ได้ไปทดลองงานดู 3 ชั่วโมง  การทดลองงานของโรงงานคือ เค้าให้เราลองทำงานหลายๆอย่าง คือ ตัดแป้งขนมปัง   เอาแป้งลงพิมพ์   ล้างอุปกรณ์ที่ใช้   ก็ไปทดลองสามชั่วโมง เจ้าของโรงงานก็บอกว่าได้งานทำแล้วให้มาเริ่มทำได้   อาทิตย์หน้า   ก็ถือว่าเป็นงานแรกที่ได้ทำในออสเตรเลีย   ที่ได้ทำกับฝรั่งและ มีการจ่ายค่าแรงตามกฏหมาย  ค่าแรงที่ได้คือ 14,50 AUD / ชั่วโมง  (ทำจนเดือนที่ 5 ก็เพิ่มค่าแรงเป็น 17.00 AUD / ชั่วโมง  )  มีการจ่ายภาษีถูกต้อง และมีSuperannuation ให้ด้วย  ที่โรงงานทำตำแหน่ง  Food Production  หน้าที่ก็ได้ทำก็คือ ทำทุกอย่างสลับกันไปในแต่ละวัน คือทุกคนต้องทำงานทุกอย่างในโรงงานเป็น ทั้ง ผสมแป้ง ล้างอุปกรณ์ เอาแป้งใส่แบบพิมพ์  เอาขนมเข้าตู้อบ แพคขนมใส่กล่อง เพราะเจ้าของโรงงานบอกว่าที่ต้องการให้ทุกคนทำเป็นเพราะเผื่อวันไหนคนขาด คนที่อยู่ก็สามารถทำแทนได้  ที่โรงงานได้ร่วมงานกับเพื่อนต่างชาติ ทั้ง จีน เวียดนาม อินโดนิเชีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ ออสเตรเลีย  และมีเพื่อนคนไทยที่คอยให้คำแนะนำเสมอมา  ตลอดระยะเวลาที่ทำงานและอยู่ครบ 6 เดือน

พอช่วงใกล้ครบหกเดือนก็เริ่มมองหางานใหม่ (ตามกฎของวีซ่าคือ ต้องเปลี่ยนนายจ้างทุก 6 เดือน )    ก็ได้เห็นประกาศหางานในห้องไกลบ้าน พันทิป  ว่ามีตำแหน่งงานว่างที่ร้านคาเฟ่ฝรั่ง ในซิดนีย์    ก็เลยได้ลองส่ง Resume ไปสมัครงานดู   โดยมีพี่คนไทยในร้านคาเฟ่แนะนำ และได้มีโอกาสสัมภาษณ์ กับ ผู้จัดการร้านคน มาเลเชีย  อาจจะเป็นโชคดีที่มีประสบการณ์ทำที่งานที่โรงงานเบเกอรี่มาก่อน   ผู้จัดการเลยเห็นมีประสบการณ์ด้านนี้  เลยได้ทำงานที่คาเฟ่นั้น  ทำในตำแหน่ง Catering   Assistance ทำงานที่นี้ก็สนุกมากๆ เพราะด้วยความที่ผู้จัดการร้านและเป็นเชฟ ซึ่งใจดีมาก   เพื่อนๆ  พี่คนไทยที่ร้าน และ เพื่อนต่างชาติ ทั้งออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ก็เป็นกันเองให้คำแนะนำ สอน ตลอดเวลา และอีกอย่างคือผู้จัดการของร้านได้ให้โอกาสได้เรียนรู้งานหลายๆอย่างในร้าน ทั้งทำอาหารขาย  ทำอาหารเช้า  ทำกาแฟ ตักอาหารให้ลูกค้า   หรือทำงานจัดเลี้ยง Function ให้กับบริษัทที่ตั้งในตึก Post Office แล้วเรื่องค่าแรงก็ถือว่าดีด้วยคือ  18.09 AUD / ชั่วโมง

ในส่วนของเรื่องงานก็คงเป็นสองที่ข้างต้นทั้งร้านเบเกอรี่และร้านคาเฟ่ที่ทำที่ละ 6 เดือน เป็นหลัก คือทำทุกวัน วันจันทร์ถึงศุกร์ แต่ระหว่างนั้นก็มีโอกาสทำงานอื่นๆ บ้างตามโอกาสเช่นทำงาน คลีนออฟฟิตในตอนเย็น แทนเพื่อนเกือบ 2 เดือน คือทำตอนประมาณ 6 โมงเย็นถึง 3 ทุ่ม ที่ออฟฟิตบริษัทฝรั่ง ล้างแก้ว ดูดฝุ่น เช็ดโต๊ะ คือเล่านิดนึงว่างานคลีนเนอร์ที่ออสเตรเลีย เป็นที่ต้องการอย่างมากในนักเรียนไทย ไม่ใช่ว่าจะได้ทำกันง่ายๆ ต้องอาศัยเส้นสายเลยทีเดียวถึงจะได้ทำ เพราะเป็นงานอิสระ อยู่กับเราเองที่ทำได้เร็วขนาดไหน ทำเสร็จเร็ว ก็เลิกเร็ว เพราะเวลาที่ บริษัทจ้างเรา 3 ชั่วโมง เราก็มาบริหารเอง  รายได้ดี จ่ายเป็นชั่วโมง คือจะรวมโน่นนี่เช่นค่าเสื่อมสภาพของร่างกาย ที่ต้องดมเคมีภัณฑ์สำหรับทำความสะอาด  ก็ได้ค่าแรงเกือบ 20  AUD / ชั่วโมง   ถ้าได้ทำก็ได้ทำยาวเป็นปี   เป็น Full Time ทำครบปีก็สามารถลางานเป็น Holiday ได้เป็นเดือน   โดยที่ยังได้รับค่าจ้างอยู่ 

นอกจากงานคลีนเนอร์   ก็ยังมีโอกาสทำงานอีเว้นท์ต่างๆของชุมนุมคนไทย ไม่ว่าจะเป็นงานวันพ่อ งานชุมชนชาวปักษ์ใต้ ก็ได้มีโอกาสไปช่วยในงานนั้นๆ ในส่วนของประสานงานเวที ด้านเสียง   คือยังโชคดีที่ได้ใช้ทักษะที่เคยมี จากการทำงานที่ไทยไปใช้ในการทำงานด้วย

จนช่วง 2 เดือนสุดท้ายก่อนกลับไทย ช่วงเดือนธันวาคมและมกราคม ก็ได้ไปลองสมัครงาน  บริษัทจัดหางานด้าน  Hospitality ที่ซิดนีย์ ชื่อ  Pinnacle Hospitality & Travel People ซึ่งที่นี่จะเป็นบริษัทจัดหาพนักงานชั่วคราว ให้ตามร้านอาหาร / คาเฟ่ / งาน Event จัดเลี้ยงต่างๆ  ที่บางครั้งพนักงานประจำไม่พอ  ซึ่งก็ได้ทำงานในส่วนของ  Wait Staff  ทำงานตอนเย็น  คือช่วงเดือนธันวาคม ของซิดนีย์ ถือว่าเป็นช่วงที่เหมาะในการหางานมาก งานจะเยอะตลอดทั้งเดือนเพราะเป็นช่วงคริสต์มาส ปีใหม่  บริษัทต่างๆ ก็มีการจัดเลี้ยงกันบ่อยๆ ทำให้คนไม่พอเลยเป็นผลดีต่อเราที่ได้งานทำตลอด คือ ตอนแรกที่ไปสมัครเราต้องทำแบบทดสอบเกี่ยวกับเรื่องสุขอนามัย รวมทั้งสัมภาษณ์ และต้องมีใบ RSA (ใบประกาศด้านการเสริ์ฟแอลกอฮอล์) พอผ่านทดสอบ ได้งาน ก็ซื้อเสื้อกั๊กและป้ายชื่อภาษาอังกฤษ ซึ่งเราต้องใส่ตลอดเวลาทำงาน ส่วนกางเกงก็สีดำ รองเท้าหนัง  ซึ่งหลังจากงานแรกผ่านไป พองานต่อๆไป ก็จะมีเจ้าหน้าที่ โทรมาหาเราเองว่า วันนี้มีงานที่ไหน  ว่างมาทำหรือเปล่า รวมทั้งแจ้งว่าทำกี่ชั่วโมง การแต่งกายอย่างไร ให้เรารู้ แล้วก็มีการนัดหมายเวลาเเละสถานที่ เพื่อเช็คชื่อ ตรวจเครื่องแบบเรา  แล้วกส่งมอบเราให้หัวหน้างานที่จ้างเราต่อไป  เรื่องค่าแรงที่ Pinnacle ถือว่าโอเคมากครับ คือถ้าทำงานวันธรรมดาค่าแรง  18.68  AUD ต่อชั่วโมง  แต่ถ้าทำงานวันเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุด ค่าแรงจะเป็น  24.79 AUD ต่อชั่วโมงเลยครับ

พูดเรื่องงานมาเยอะแล้ว เดี๋ยวจะนึกว่าผม Work อย่างเดียว แต่อยากจะบอกว่าเรื่อง Holiday ก็ไม่น้อยหน้าครับ กับเวลาเกือบหนึ่งปีเต็ม  ได้ไปเที่ยว 2 ประเทศ 6 รัฐ  14 เมือง ก็ถือว่าไม่น้อย   โดยความตั้งใจของผมตั้งแต่แรกที่การมาออสเตรเลียคือ การมาหาประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิต  ได้มาทำงาน  ได้เที่ยว ได้ฝึกภาษา ไปด้วย ดังนั้นเรื่องการเที่ยวผมก็ให้ความสำคัญมากเช่นกัน ทำงานเต็มที่จันทร์ถึงศุกร์  ส่วนวันเสาร์ อาทิตย์ ซึ่งว่างก็ใช้เวลาท่องเที่ยวไปเมืองใกล้ๆ กับกลุ่มเพื่อน Work and Holiday Visa ที่ซิดนีย์   ที่ได้รู้จักกันและจับกลุ่มช่วยเหลือกันในเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว   ไปเที่ยวสวนสัตว์   ไปเที่ยวทะเลทำ BBQ อร่อยๆกินกันที่ Bondi Beach , Manly Beach  

บางครั้งก็หาเวลาดีๆว่างตรงกัน ลางานแค่ ศุกร์กับจันทร์ แล้วบินไปเที่ยวต่างรัฐ ไปเที่ยวบริสเบรน และ Gold Coast กันสนุกมากโดยเฉพาะที่ Movie World ,Gold Coast ได้ปล่อยแก่กัน  แต่ที่สนุกสุดๆ คือช่วงเดือนตุลาคม ลางาน 5 วัน รวม เสาร์และอาทิตย์ เป็น 7 วัน บินไปเที่ยวที่นิวซีแลนด์ตอนใต้ กับเพื่อน  Work and Holiday Visa อีก 6 คน เช่ารถกัน 1 คัน แล้วไปพักตาม Hostel  ซื้ออาหารมาทำกินกัน   ขับรถเที่ยว เหนื่อยก็หยุดพัก  ได้เที่ยวหลายๆเมืองทางตอนใต้นิวซีแลนด์เรียกว่าคุ้มสุดๆ

นอกจากนั้นยังฉายเดี่ยว ถือโอกาสบินไปเที่ยว Melbourne และ Tasmania เดือนสุดท้ายก่อนกลับทำตัวเป็น Backpacker แบกเป้ใบเดียวเที่ยว และถือโอกาสไปเยี่ยมเพื่อน  Work and Holiday Visa ที่อยู่นั่น เพื่อนที่นั่นก็พาเราเที่ยว ทำเหมือนตอนที่พวกเขามาเที่ยวซิดนีย์แล้วพาเขาเที่ยว ทำตัวเป็นเจ้าบ้านสลับกัน

สุดท้ายก็คงต้องบอกว่าดีใจมาก ๆ ที่ได้มาทำงานพร้อมทั้งท่องเที่ยวที่ออสเตรเลีย ตลอดระยเวลา 1 ปี   ด้วยวีซ่า  “ Work and Holiday Visa ”  แม้ชีวิตที่ต่างประเทศไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด แต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ ที่ดีมากๆ  ที่บางครั้งเงินทอง อาจจะหาซื้อไม่ได้ ได้รู้ถึงน้ำใจของเพื่อนๆ คนไทย ด้วยกัน และยังได้เรียนรู้การทำงานกับเพื่อนชาวต่างชาติด้วย  คือด้วยความที่ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม   ซึ่งก็เป็นผลดีต่อเราเองที่จะได้เรียนรู้ และปรับเอาสิ่งที่ดีมาใช้ เมื่อเรากลับมาประเทศไทยเราครับ  ส่วนเพื่อนๆคนไหนที่สนใจอยากสมัครก็ต้องถามตัวเองว่าพร้อมแล้วหรือยังที่จะใช้สิทธิ์นี้  เพราะทุกคนมีสิทธ์ที่ขอได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น   และในส่วนของประเทศไทย นั้นยังได้โควต้าที่จำกัดอยู่ปีละแค่  500 คน   หากเราได้รับสิทธิ์นั้นแล้ว ไม่ชอบแล้วอยู่ไม่ครบหนึ่งปี  ก็เหมือนกับเป็นการตัดสิทธิ์ คนอื่น ซึ่งก็ต้องตัดสินใจดีให้ดีครับ ยังไงดินแดน Down Under แห่งนี้ก็ยินดีที่จะต้อนรับเพื่อนๆ เยาวชนคนไทยทุกคนครับ

5 comments

  1. ปานเลขา

    ชื่อ กิ่ง นะคะ อายุ 26 ปี

    อยากไปที่ออสเตรเลีย เรียนภาษา กับ ทำงานน่ะค่ะ

    ภาษาของตัวเอง งูงู ปลา ปลา มาก

    ต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่คะ ถึงจะไปได้

    แล้วควรจะเริ่มต้นอย่างไรดี

    พอดีตอนนี้ รู้สึกอยากเปลี่ยนงาน แต่อยากเพิ่ม skill ของตัวเอง ค่ะ

    รบกวนด้วยนะคะ

    ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

  2. ช่วยแนะนำงานดีๆให้หน่อยได้ไหมค่ะ อยากไปหา ประสบการณ์ทำงานนะค่ะ จะขอบคุณมากๆ

  3. สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าบอกได้มั้ยค่ะว่าโรงงานเบเกอรี่ชื่ออะไรค่ะ ขอบคุณค่ะ

Leave a Reply